Saturday, September 19, 2015

Blog INTJ ที่น่าสนใจ



INTJ คือไร?
เป็น 1 ใน 16 ของผลการทดสอบบุคลิกภาพ MBTI ซึ่งมีจำนวนคุนที่มีบุคลิกแบบนี้น้อยมากกกกกกก
ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นยังไง เราดันเป็นหนึ่งในคนที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความคิดแปลกๆ ก่อนอื่นมารู้จัก MBTI กันก่อน

การทดสอบบุคคลิกภาพเชิงจิตวิทยา MBTI ( MYERS-BRIGGS TYPE INDICATOR )
เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 16 ประเภท

คือ

กลุ่มนักอนุรักษ์นิยม ( Sensing Judger )

* อยากทำตัวเป็นประโยชน์ ชอบบริการ ชอบเป็นส่วนหนึ่ง

* รับผิดชอบ จริงใจ มีมโนธรรม รักครอบครัว และขนบธรรมเนียมประเพณี

* เป็นจริง ชอบระบบ ชอบกระบวนการที่มีแบบแผน

* ห่วงอนาคต

* บางครั้งรู้สึกว่าตนถูกเอาเปรียบ หรือไม่เห็นหัว

ESTJ ใช้ตรรกะ เด็ดขาด มีและให้ค่ากับประสิทธิภาพ กล้าพูด ต้องการเป็นผู้นำ
มี ลักษณะเป็นคนพูดจริงทำจริง นิยมสิ่งที่จับต้องได้ มีหัวคิดด้านธุรกิจหรือด้านเครื่องจักรกล ไม่ค่อยสนใจวิชาการที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์ แต่สามารถปรับตัวและทำงานนั้นได้เมื่อจำเป็น ชอบในการจัดการและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ จึงอาจเป็นนักบริหารที่ดีได้ ถ้าคำนึงถึงความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้อื่นบ้าง
เหมาะกับนักลงทุน ตำรวจที่ทำงานศูนย์บัญชาการ ตำรวจสืบสวน นักกีฬา นักแสดง

ESFJ กระตือรือร้น อบอุ่น ช่างพูด เห็นอกเห็นใจ ชอบช่วยเหลือ
มี ลักษณะจิตใจโอบอ้อมอารี ช่างพูด มีมนุษยสัมพันธ์ดี ซื่อตรงชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่น จึงเป็นสมาชิกกลุ่มที่มีความกระตือรือร้น ต้องการความปรองดอง และอาจสร้างบรรยากาศนั้นให้เกิดขึ้นได้ ชอบทำสิ่งที่ดีให้กับบุคคลอื่น จะทำงานได้ดีเมื่อได้รับคำชม หรือได้รับการสนับสนุน
เหมาะกับพยาบาล ครูประถม นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ เลขานุการ นักกายภาพบำบัด ผู้ทำงานด้านศาสนา เจ้าหน้าที่การบิน ผู้ทำงานด้านสุขภาพ ผู้ทำงานธนาคาร

ISTJ เงียบ เอาจริงเอาจัง เถรตรง ทำงานหนัก ใส่ใจรายละเอียด ติดตามผล
มี ลักษณะจริงจัง เงียบขรึม ประสบความสำเร็จได้จากความตั้งใจจริง และมีความละเอียดรอบคอบ เป็นคนพูดจริงทำจริง มีระเบียบ มีขั้นตอนในการทำงาน ยึดถือสิ่งที่เห็นจริง และไว้ใจได้ จะควบคุมให้ทุกสิ่งที่ตนรับผิดชอบได้เรียบร้อย มักตัดสินใจโดยตนเองว่าสิ่งใดควรให้ความเอาใจใส่ โดยไม่สนใจต่อสิ่งที่มารบกวน หรือคำทักท้วงใดๆ
เหมาะกับนักบัญชี นักธุรกิจ นักกฎหมาย นิติกร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบัติการทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์


ISFJ เป็นมิตรอย่างเงียบ ๆ ถ่อมตน ทุ่มเท ดูเหมือนพึ่งไม่ได้แต่พึ่งได้ ปิดทองหลังพระ
มี ลักษณะเงียบขรึม เป็นมิตร มีความรับผิดชอบ และมีคุณธรรม ทำงานอย่างอุทิศตนเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ มักให้ความช่วยเหลือต่อกลุ่มอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนละเอียดรอบคอบ ระมัดระวัง และแม่นยำ ไม่สนใจเรื่องเทคนิค สามารถจดจำรายละเอียดได้ดี มีความซื่อสัตย์ เกรงใจผู้อื่น มีความเข้าใจในชีวิต และให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของผู้อื่น

เหมาะกับผู้นำทหาร ผู้จัดการ นักสืบ ตำรวจปฏิบัติการ ผู้บัญชาการตำรวจ ครู ผู้พิพากษา นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ พยาบาล บรรณาธิการ บรรณารักษ์ พระ หมอสอนศาสนา นักตกแต่งภายใน เลขานุการ


กลุ่มนักปฏิบัติ ( Sensing Perceiver )

* รักอิสระ อยู่ในโลกของความเป็นจริง

* มองโลกแง่ดี ใจกว้าง กระตือรือร้น ยืดหยุ่น

* อิสระเสรี และต้องการให้คนอื่นรู้ว่าตนรักอิสระ เกลียดการบังคับ งานจำเจ

* อยู่กับปัจจุบัน ไม่วางแผนระยะยาว

ESTP ชอบลุย มีพลัง ชอบเสี่ยง ชอบท้าทาย อาจมุทะลุ
มี ลักษณะเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ไม่ค่อยวิตกกังวล สนุกกับเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา มีแนวโน้มที่จะชอบเครื่องจักรกล และการกีฬาที่มีผู้อื่นร่วมกิจกรรมด้วย ปรับตัวง่าย อดทน ให้คุณค่าแนวอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบการอธิบายสิ่งต่าง ๆ ยืดยาว มักเป็นเลิศในการควบคุมดูแลอุปกรณ์เครื่องจักร
เหมาะกับตำรวจ คนขับรถ นักสืบ โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ นักสถิติ วิศวกร นักแสดง ช่างไม้ ช่างกล ผู้ประพันธ์เพลง นักบิน นักกีฬา ศิลปิน นักลงทุน

ESFP เป็นมิตร ง่าย ๆ ชอบสังคม ช่างพูด ชอบช่วยคน
มี ลักษณะชอบสังคม เข้ากับคนง่าย มีมนุษย์สัมพันธ์ดี สนุกสนานได้กับทุกสิ่ง สามารถทำให้ผู้อื่นสนุกสนาน ชอบการกีฬา และการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นจริงขึ้นมา รับรู้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมักชอบเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น มักจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าเข้าในทฤษฎี เป็นเลิศในการใช้สามัญสำนึก ปฏิบัติการเกี่ยวกับวัตถุและบุคคลได้ดี
เหมาะกับครูอนุบาล ครูประถม ผู้ดูแลเด็ก นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน

ISTP เงียบ ไว้ตัว เป็นตัวของตัวเอง อยากรู้อยากเห็น
มี ลักษณะภายนอกดูเยือกเย็น เงียบ สำรวม ช่างสังเกต และวิเคราะห์ชีวิตด้วยความสนใจใคร่รู้ และมักจะมีมุขตลกขบขันของตัวเอง แสดงออกมาโดยไม่คาดคิด ปกติสนใจในเรื่องที่มีเหตุผล มักจะมีคำถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ในการพิจารณาความจริง จะยึดหลักตรรกของเหตุและผล
เหมาะกับนักบัญชี นักธุรกิจ นักกฎหมาย นิติกร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบัติการทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์



ISFP เป็นธรรมชาติ สุภาพ ถ่อมตัว จริงใจ มีเมตตา ใจกว้าง รอมชอม
มี ลักษณะสงบเสงี่ยม ดูเป็นมิตร อารมณ์อ่อนไหว มีเมตตา ถ่อมตัวในเรื่องความสามารถ มักหลบหลีกการโต้แย้ง จะไม่บีบบังคับความคิดเห็นหรือค่านิยมของคนอื่น ไม่ชอบเป็นผู้นำ แต่จะเป็นผู้ตามที่ดี การทำงานให้สำเร็จจะทำตามสบาย เพราะจะสนุกอยู่กับภาวะปัจจุบัน และจะไม่ยอมเสียความรู้สึกไปกับความรีบร้อน หรือการบีบบังคับ

เหมาะกับนักดนตรี ครู ศิลปิน บรรณารักษ์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน

กลุ่มผู้รู้ ( Intuitive Thinking )

* อยากรู้ ชอบแข่งขัน

* ริเริ่ม เป็นนักวิเคราะห์ นักทฤษฎี

* สนใจภาพรวม และความน่าจะเป็น

* บังคับตัวเอง

* ท้าทายระบบ

ENTJ ริเริ่ม มีตรรกะ มีประสิทธิภาพ ตรงไปตรงมา เด็ดขาด ต้องการเป็นผู้นำ
มี ลักษณะจริงใจ เปิดเผย ตัดสินใจเด็ดขาด มีลักษณะของผู้นำ มักมีความสามารถในการพูดอย่างมีเหตุผลและชาญฉลาด เช่น การพูดในที่ชุมชน สนใจข่าวสารรอบตัว และสนใจที่จะเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองเสมอ บางครั้งอาจแสดงความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองสูงกว่าประสบการณ์ที่ตนเองมี อยู่จริง
เหมาะกับนักบริหารในองค์กร นักวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย ผู้พิพากษา นักลงทุน อาจารย์มหาวิทยาลัย



ENTP กระตือรือร้น กล้าพูด กบฏ ริเริ่ม ฉลาด ไม่ค่อยติดตามผล
มี ลักษณะคล่องแคล่ว ช่างคิด มักเก่งในหลาย ๆ ด้าน มีอิทธิพลต่อกลุ่มสูง มีความตื่นตัว มักพูดจาขวานผ่าซาก อาจโต้เถียงข้าง ๆ คู ๆ เพื่อความสนุก มีสติปัญญาดีในการแก้ปัญหาใหม่ ๆ และท้าทาย ไม่ให้ความสำคัญต่องานที่ต้องทำเป็นแบบแผนซ้ำ ๆ อาจจะไปหาความสนใจใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า มักเปลี่ยนความสนใจไปสู่สิ่งใหม่ ๆ เสมอ เป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยทักษะในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่อสิ่งที่ตนต้อง การ
เหมาะกับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย นักออกแบบซอฟต์แวร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักประดิษฐ์ วิศวกร นักลงทุน ช่างภาพ นักแสดง ตัวแทนฝ่ายขาย

INTJ อิสระ มุ่งมั่น เป็นตัวเอง ผลักดันตนและคนรอบข้างให้บรรลุเป้าหมายได้
มี ลักษณะเป็นตัวของตัวเองสูง มีพลังความคิด และจุดมุ่งหมายในสิ่งที่ตนสนใจ จะมีพลังในการจัดการเพื่อทำงานนั้นให้สำเร็จ เป็นคนช่างสงสัย ช่างพินิจพิเคราะห์ รักอิสระ มีความมุ่งมั่นจนกระทั่งบางครั้งดูเหมือนดันทุรัง รู้จักมองข้ามสิ่งเล็กน้อยเพื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่สำคัญกว่า
เหมาะ กับนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิศวกร แพทย์ โปรแกรมเมอร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักประดิษฐ์ ผู้นำทหาร ผู้พิพากษา นักกฎหมาย

INTP นักทฤษฎี อยากรู้อยากเห็น รู้ลึก ไว้ตัว ให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชอบการแก้ปัญหา
มี ลักษณะเงียบ สำรวม และระมัดระวัง สนใจเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีหรือวิทยาศาสตร์ ชอบการแก้ปัญหาแบบตรรกะ และการวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้ความคิดและเหตุผล ให้ความสนใจในงานสังคมหรือการพูดคุยเพียงเล็กน้อย มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจสิ่งต่าง ๆ อย่างถ่องแท้ มีความต้องการอาชีพที่สอดคล้องกับความสนใจเพื่อที่จะนำความสนใจนั้นมาใช้ให้ เกิดประโยชน์

เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก อาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ นักเคมี นักกฎหมาย ครู นักชีววิทยา นักคณิตศาสตร์ นักคอมพิวเตอร์ วิศวกรออกแบบและพัฒนา

กลุ่มผู้ค้นหาตัวเอง ( Intuitive Feeling )


* แสวงหาเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจินตนาการ รู้ลึก คนอื่นมักไม่เข้าใจ

* อบอุ่น เอาใจใส่ ทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์

* อ่อนไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์

* อยากให้โลกดีขึ้น อยากเห็นคนประสบความสำเร็จ มองหาวิธีการปรับปรุงความเป็นอยู่

ENFJ ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น เป็นมิตร ขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือ มีมโนธรรม เป็นนักพูดที่เก่ง เป็นผู้นำ
มี ลักษณะชอบโต้ตอบ มีความรับผิดชอบสูง ห่วงใยต่อความคิดและความต้องการของผู้อื่น จัดการสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจและเต็มที่ โดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น สามารถแสดงความคิดเห็น หรือนำการอภิปรายกลุ่มอย่างคล่องแคล่วและมีหลักการ เป็นคนชอบเข้าสังคม กว้างขวาง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มักมีความอ่อนไหวตามคำชม และคำวิพากษ์วิจารณ์
เหมาะกับนักจิตวิทยา พระ ครู นักสังคมสงเคราะห์ นักการเมือง นักการทูต ผู้ให้คำปรึกษา นักเขียน

ENFP กระตือรือร้น ช่างฝัน เก่งหลายอย่าง สื่อสารเก่ง คิดถึงความเป็นไปได้ ชอบริเริ่มโครงการ แต่ไม่อยู่ให้ตลอด
มี ลักษณะกระตือรือร้นสูง มองโลกในแง่ดี ช่างคิดช่างฝัน สามารถทำได้เกือบทุกสิ่งที่สนใจ มักแก้ปัญหาที่ยากได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยผู้อื่นในการแก้ปัญหา มักชอบทำงานที่ต้องใช้ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้ามากกว่าการวาง แผน มีความสามารถในการหาเหตุผลโน้มน้าวจิตใจผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ

เหมาะกับนักลงทุน นักจิตวิทยา นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง ครู นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร


INFJ สุภาพ เงียบ มีมโนธรรม วิริยะ แสวงหาความปรองดอง ยึดมั่นในหลักการ และอุดมคติอย่างเงียบๆ
มี ลักษณะเป็นผู้มีความพากเพียร ริเริ่ม และมุ่งมั่นที่จะกระทำในสิ่งที่ปรารถนาให้สำเร็จ จะทุ่มเทความสามารถทั้งหมดในการทำงาน เด็ดเดี่ยว ซื่อตรง ห่วงใยผู้อื่น เชื่อมั่นในหลักการของตนเอง จึงมักจะได้รับเกียรติและความเชื่อถือจากผู้อื่นในการตัดสินใจ

เหมาะกับเสมียน นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักดนตรี นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ ครู แพทย์ ศิลปิน



INFP ไว้ตัว สุภาพ อยากรู้อยากเห็น มีหัวศิลป์ เปิดใจกว้าง มีอุดมการณ์ ทำงานคนเดียว
มี ลักษณะเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและจริงใจ ซื่อสัตย์ แต่จะถ่อมตัว ไม่ค่อยพูด มักสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้ ความคิด ภาษา และโครงการอิสระที่ตนเองริเริ่มขึ้น ดูเหมือนว่าจะทำงานมากเกินไป แต่ในที่สุดก็ทำทุกสิ่งจนสำเร็จ เป็นมิตรแต่ไม่ค่อยแสดงออก ไม่ค่อยยึดติดหรือให้ความสำคัญกับวัตถุและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ



เหมาะกับครู นักดนตรี นักแสดง นักหนังสือพิมพ์ นักแปล นักจิตบำบัด พระ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ขอบคุณ http://gamer-gate.net/


------------------------------------------------------------------

มาพูดถึง INTJ หลายคนก็ จะมองว่า เป็นพวกตัวร้าย หรือไม่ก็เป็นพวกนอกคอก วันนี้เราเลย นำ LINK เจ๋งๆ ของ INTJ มาให้อ่าน FOLLOW กันตามนี้เลย

INTJS ผู้มีชื่อเสียง: NIKOLA TESLA (INVENTOR)

INTJS ผู้มีชื่อเสียง:MARK ZUCKERBERG(CEO OF FACEBOOK)

INTJS ผู้มีชื่อเสียง:ISAAC NEWTON (PHYSICIST)

เขาว่า แบบนี้คือ INTJ จาก DEK-D.COM

ถามตอบ เกี่ยวกับ INTJ (1)

ถามตอบ เกี่ยวกับ INTJ (2)



ขอบคุณที่อ่าน
สวัสดี

Monday, August 11, 2014

ชีวิต กับการเรียนรู้ ตอนที่ 2 เรียนรู้การจัดการชีวิตในอดีต

จากที่บทความก่อนหน้า เราได้พูดถึงปัญหาต่างๆที่เราได้พบเจอ มันคงเป็นปัญหาเล็กน้อยสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับเราจริงๆแล้วปัญหาเหล่านี้ทำให้เราตระหนักได้ดีว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่อีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ เราเคยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองถึงสองครั้งใหญ่ๆ

ครั้งแรก ตอนสมัยมัธยมปลาย ซึ่งเราก็คงเหมือนเด็กมัธยมทั่วไปที่พยายามมองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ และลองผิดลองถูก ซึ่งก็เป็นความโชคดีของตัวเองที่ได้เจอแต่เพื่อนดีๆ ที่แนะนำสิ่งดีๆให้เสมอ รวมถึงมีพ่อ ที่เป็นคนโยนหนังสือดีๆด้านจิตวิทยาให้ แล้วให้ไปศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง รวมถึงการชอบจดบันทึกของพ่อ ต้องยอมรับว่าเป็นอิทธิพลที่ดีต่อเราได้มากทีเดียว ถึงขั้นว่า เมื่อเราเครียดแล้วไม่ได้จดบันทึกหรือวิเคราะห์มันออกมา เราแทบจะเครียดหัวระเบิดเลยทีเดียว
        ตอนนั้นจำได้ว่า เราพยายามสร้างตัวเองให้เป็นเด็กที่เรียนดีขึ้น จากเด็กที่ผลการเรียนปานกลาง และได้อัพตัวเองไปอยู่ห้องเก่งที่สุดในสายชั้นได้ในเวลาแค่เทอมเดียว โดยเราไม่ได้อ่านหังสือหนักมาก แค่แบ่งเวลาให้เป็น แบบจริงจัง เช่นเวลาไหนอ่านหนังสือ เวลาไหน ออกกำลังกาย เวลาไหนออกมารับฟังและพูดคุยกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่สนุกมากๆ เมื่อเราแบ่งเวลาได้ เราสามารถสนุกกับชีวิตได้เต็มที่มากขึ้น และเมื่อเรามีความสุชจะทำให้เรามั่นใจ และสามารถรับมือกับทุกอย่างได้ ตอนนั้นต้องยอมรับว่า เราเป็นคนค่อนช้างสุดโต่ง ทำอะไรจริงจัง และเข้มงวดมาก มันทำให้ตอนมหาลัย เราเข้าขั้นลำบาก จนสดท้ายมาเจอภูมิทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

ครั้งที่สองตอนเรียนมหาวิทยาลัย เราสร้างให้ตัวเองเป็นคนยืดหยุ่นมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อเราเข้มงวดกับตัวเองทำให้ช่วงการเรียนมหาลัยของเราค่อนข้างติดขัด เราเจอความผิดพลาดนิดหน่อยจากที่คาดไว้ ก็จะหลั่งน้ำตา กลายเป็นคนเครียดง่ายและไม่มีความสุช เมื่อเราได้เจอภูมิ (ผู้เป็นสามีและพ่อของลูก) ซึ่งเป็นคนไม่คิดอะไรเลย ใช้ชีวิตไปวันๆ คิดอยู่ในหัวว่าตัวเองเป็นคนโชคดี แค่ทำสิ่งที่ควรทำโชคดีก็จะมาหาเอง ไม่ต้องไขว้คว้าหรือกดดันอะไรมากนัก แรกๆเราก็ไม่เห็นด้วย เราคิดว่าเป็นสิ่งเพ้อฝัน เพราะตัวเราเองตั้งอยู่บนความจริงและคิดอะไรล่วงหน้าเสมอ แต่กับภูมิไม่ใช่ ทำอะไรก็กับปัจจุบันทำแบบไม่ค่อยคิดด้วย ประมาณว่าถ้าผิดก็แก้เอา ซึ่งตรงข้ามกับเราอย่างมาก สุดท้ายเราก็สร้างตัวเองให้เป็นคนใจเย็นและยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงและไม่คาดหวังอะไรทั้งนั้น รวมถึงเป็นคนทำก่อนคิดบ้าง ไม่ใช่เอาแต่คิดจนไม่ได้ทำอย่างที่แล้วมาเนื่องจากเราคิดเยอะเกินไป เพื่อสร้างชีวิตให้พอดี ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไปอย่างที่แล้วมา

ซึ่งสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเราล้วนเกิดแบบมีเหตุผล แล้วปัจจุบันหล่ะ ทำไมเราถึงเจอคนที่คิดอัคติและแง่ลบพร้อมกันถึงสามคนและมีหนึ่งในนั้นออกแนวฟุ้งซ่าน และดันอยู่ในที่ทำงานเดียวกันกับเราด้วย ซึ่งเขาเหล่านั้สร้างผลกระทบกับเราทั้งสิ้น ทั้งร่างกาย จิตใจ การงานและที่สำคัญกระทบต่อทัศนะคติของเราที่มีต่อตัวเองและต่อโลกทั้งใบด้วย คำถามง่ายๆคือ เราจะทำอย่างไร



Sunday, August 10, 2014

ชีวิต กับการเรียนรู้ ตอนที่ 1 ปัญหาในมุมมองของเรา

ในช่วงชีวิต 1 เดือนที่ผ่านมา เราได้เจอรปะสบการณ์หลายๆอย่าง แบบเข้มเข้นในช่วงเวลาเดียวกัน
1. เหตุเนื่องจาก ลูกสาววัย 7 เดือนที่ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล โดยที่ส่วนตัวแล้วทั้งเราและสามีไม่เคยต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากป่วยมาก่อน และลูกสาวป่วยค่อนข้างหนัก เรากับสามีต้องพาไปโรงพยาบาแต่ดันเป็นโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งค่ารักษาแพงมากก จึงต้องจำใจย้ายลูกออกกลางคันเพื่อไปโรงพยาบาลรัฐบาลและได้คำแนะนำ จากพี่สาวที่เรานับถือ ซึ่งเขาช่วยแนะนำและให้กำลังใจได้เยอะมากๆ และได้รับความช่วยเหลือและความเสียสละจากน้องสาวที่อยู่้เคียงข้าง ครอบครัวเราถึงผ่านมันไปได้ พอลูกสาวเริ่มโอเคขึ้น เราก็กลับเขาทำงาน หลังจากที่ลางานมาหลายวัน
2. เมื่อเข้าไปทำงานแต่กลับเป็นว่า โดนเพื่อนร่วมงานรุมนินทาและวิจารณเกี่ยวกับการให้นมแม่ที่เราให้กับลูกซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่แม่อย่างเราจะเสียสละเวลาและคำครหานินทาจนต้องแอบปั้มนมเพื่อเลี้ยงลูกและสาเหตุที่ลูกเราป่วย และบังเอิญเราไปได้ยินเข้า ทำให้เกิดเรื่องใหญ่โต
3. หลังจากที่ลูกเราโอเค ก็มีปัญหาล่าสุดทีที่ทำงาน เรื่องหัวหน้าแผนกบัญชี มาวุ่นวายกับเราเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือน ซึ่งเราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะถือว่าบริษัทให้เราเยอะแล้ว และบริษัทเองก็มีบุญคุณกับเรามากมาย แต่พี่คนนั้นเอาเราไปอ้างว่าเราทำงานมาตั้งนานเงินไม่ขึ้น เพราะตัวเขาเองต้องการจะขึ้นเงินเดือน เราอยู่ในสถานการณ์ตกที่นั่งลำบาก เพราะอาจทำให้คนที่เขาดีกับเราเข้าใจเราผิดได้ เราโกรธเขามาก แต่พวกเจ้ๆ เขาเข้าใจเราเป็นอย่างดี (เขาว่างั้น)

เราเลยต้องมานั่งตั้งสติให้ตัวเองใหม่ว่า เกิดอะไรขึ้นกับเราแล้วเราจะทำตัวอย่างไร โดยพยายามมองตัวเองให้เป็นกลางที่สุด

โดยรวมๆแล้วเหมือนว่าเราอยู่นิ่งๆแล้วมีคนเอาปัญหามาให้เราเอง

เราวิเคราะห์ว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตเรามันสามารถมีได้หลายอย่าง สมมุติว่าชีวิตเหมือนเส้นทางเส้นหนึ่ง แน่นอนวา่ปัญหามีอยู่ทุกที่ มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเป็นตัวๆจับต้องได้ ทั้งเป็นความรู้สึก ทั้งเป็นความเจ็บปวดต่างๆ ซึ่ง
1. บางทีเราเป็นตัวปัญหาเอง
2. บางทีเราเดินปกติบนเส้นทางของเรานี่แหล่ะ แต่ปัญหามันอยู่ในทางที่เราเดินพอดี โดนมีทางเดียวคือเราต้องฟันฝ่าเพื่อจะเดินต่อไปได้
3. บางทีปัญหาก็เป็นเหมือนพายุระหว่างทางซึ่งเราก็เดินปกติ ท้องฟ้าสดใส ซักพัก พายุก็พัดเอาปัญหามากระทบเราซะงั้น


หวังว่าเราจะผ่านมันไปได้ด้วยดี และเดินต่อไป

Friday, January 31, 2014

เราจะเริ่มจัดการกับตัวเองอย่างไร? (1)

เราจะเริ่มจัดการกับตัวเองอย่างไร?
คำถามนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ก่อนอื่นเราน่าจะหาเป้าหมายหรือแรงผลักดันก่อน

แล้วเป้าหมายคืออะไร?
- A: เป้าหมายในการดำเนินชีวิตทางด้านครอบครัว
เราจะมีครอบครัวที่อบอุ่น พ่อ แม่และลูก (มีสามีที่น่ารัก มีหน้าที่การงานที่ดี มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่และซื้อสัตย์ มีลูกที่เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย มีหน้าที่การงานที่ดี และมีครอบครัวที่ดีเหมือนกับเรา) แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้เดี๋ยวมาดูกัน
- B: เป้าหมายภายรูปลักษณ์ภายนอกสำหรับตัวเอง
เรามีร่างกายที่สมส่วนแข็งแรง มีกล้ามเนื้อ มีลักษณะที่คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉงทรงผมเรียบร้อยไม่รุงรัง ผิวพรรณที่สะอาดสะอ้าน ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ใบหน้ายิ้มแย้มน่ามอง

กรรมพันธุ์ และความล้มเหลว

เมื่อวาน ได้โทรศัพท์ไปคุยกับพ่อ เกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไป เราก็โดนต่อว่าเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่เราไปเอาไข่นกไปทิ้ง ซึ่งถ้าปล่อยมันไว้ มันก็จะกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคของบ้าน พ่อเรากลับด่าว่าเราใหญ่ บอกว่าเราเลว จิตใจไม่มีเมตตา ลูกเราต้องโดยขโมยหรือไม่ก็ป่วยตาย ฯลฯ  เรารู้สึกแย่กว่าเดิม จากที่รู้สึกแย่พอสมควรมาก่อนหน้านี้แล้ว คราวนี้แย่ไปใหญ่ แต่เมื่อพอมาปรึกษาภูมิ ภูมิบอกว่า คนที่แป้งควรรับฟังก็คือคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับแป้ง ถ้าเป็นเรื่องนี้ก็คือภูมิ เห้อ แต่ถ้าคิดเอาดีๆแล้ว คนที่ควรรับฟังที่สุดนั่นคือตัวเองมากกว่า

ยิ่งการได้พูดคุยกับพ่อ ทำให้ความคิดเดิมๆกลับมา พ่อเรานับถือสิ่งศักดิ์สิทธิและอะไรต่างๆที่มองไม่เห็น ถึงขนาดเคยยอมซื้อ รถผีสิงเข้ามาในบ้าน แม้ตอนนั้นไม่มีเงินก็ตาม แต่สุดท้ายพ่อเองก็ไม่ได้เจอปาฎิหารย์อะไรเลยซักอย่าง และพ่อมักชื่นชมลูกที่ได้รับรู้อะไรก็ตามเกี่ยวกับสิ่งศักดิสิทธ์เสมอ ซึ่งแน่นอนมันกลายเป็นเรื่องอ้างที่จะคุยกับพ่อ นั่นคือบอกพ่อว่า เราเจอเรื่องประหลาดอะไรมา ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ความมีสาระจากการคุยกับพ่อนั่นน้อยมาก แต่ด้วยความเป็นลูก การได้คุยกับพ่อและคำพูดของพ่อนั่นเป็นจริงเสมอ จนเมื่อเราโตขึ้นมันมีอิทธิพลกับเรามาก จนทำให้เราไม่มั่นใจในตัวเองหวาดกลัว และต้องหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเสมอ แต่ก่อนหน้นี้เราเคยสร้างกำแพงสำหรับความหวาดกลัวนี้โดยการสร้างบุคคลิกตัวเองขึ้นมาใหม่ และเราสามารถอยู่กับมันได้นานมาก จนเมื่อมีภูมิเข้ามา ความหวาดกลัวและการต้องการที่ยึดเหนี่ยว ทำให้เราอ่อนแอมากกว่าเดิมหลายเท่า นับจากวันนั้นมาจนวันนี้เป็นเวลา สิบปี มันก็ยังคงอยู่ แม่เราเองก็นาจะคล้ายพ่อ หรืออาจจะดีกว่า แต่จะยังไงก็ช่าง ในตอนนี้เรามีลูกแล้ว เราจะสั่งสอนลูกได้ดีได้อย่างไร ในเมื่อการเลี้ยงดูแบบนี้มันพร้อมครอบงำให้เราล้มเหลว

คำถามก็คือความล้มเหลวเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่?
เราเคยอ่านหนังสือเล่มนึงที่บอกว่า ความล้มเหลวหรือความสำเร็จไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรรมพันธ์แต่อย่างใด และเรากำลังอ่านเรื่องนี้จากเว็บนึง ซึ่งมีใจความประมาณนี้

"การที่เราจัดการปรับโปรแกรมความคิดในจิตใต้สำนึกของเราผ่านวีธีการใช้ภาษา และการเคลื่อนไหวของร่างกาย เพื่อสร้างสภาวะจิตและรูปแบบการคิดใหม่ที่ทรงพลัง อันส่งผลต่อการแสดงออกทางกายที่ดีเลิศนั้นเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการคิดและอารมณ์ในรูปแบบใหม่ ที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ยอดเยี่ยมในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพของตัวเอง (Note: อันนี้คลายๆจะบอกว่าให้เราสร้างบุคคลิกภายนอกใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนบุคคลิกภายใน)

เปรียบเสมือนกับการลบโปรแกรมตัวตนคนเดิมที่ไม่มีประสิทธิภาพออกไป แล้วลงโปรแกรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมลงในสมองนั้นเอง…


"ความสำเร็จเป็นสิ่งที่เรียนรู้ และสร้างได้  และความล้มเหลวไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวคุณไปจนตาย"…

 ถ้าคุณรู้จักที่จะพัฒนาทักษะ เพื่อเปลี่ยนแปลงความคิด และการกระทำจากภายในตัวคุณ


"


และจากตำราอีกเล่ม
การวิเคราะห์และจัดระบบตนเอง




โดย PSYCHO – CYBERNETICS.  -  หลักการ
ของ Dr. MAXWELL MALTZ

- สมองของมนุษย์ยิ่งใหญ่กว่าระบบใดๆ ที่มนุษย์เคยสร้าง
- ภาพพจน์ของตนเอง ( Self Image)
ทุกอย่างที่เรากระทำ  จะสอดคล้องกับภาพพจน์ของตนเองเสมอ
ภาพพจน์ของตนเอง  เป็นความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับตัวของเราเองว่าเป็นบุคคลชนิดใด
- สร้างขึ้นมาจากความเชื่อเกี่ยวกับตัวของเราเอง 
- เกิดจากคำบอกเล่าของผู้อื่นเกี่ยวกับตัวเรา  โดยเฉพาะวัยเด็ก
-  ภาพพจน์ของเราเปลี่ยนได้  ไม่ว่าจะอยู่ขั้นใดก็ตาม

คนเราเปลี่ยนภาพพจน์ของตนเองกันไม่ได้ง่ายๆ .............เพราะอะไร
- เพราะภาพพจน์ของตนเอง  จะฝังลึกอยู่ใน จิตใต้สำนึก (Unconscious Mind)
และเราไม่รู้วิธีเปลี่ยนมัน,  อีกทั้งเราไม่รู้จักความสำคัญของ จิตใต้สำนึก

หลักของ Dr. MAXWELL  MALTZ  ใน ไซโครไซเบอร์เนติค บอกว่า

- ระบบสมอง และระบบประสาทของมนุษย์ จะทำงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุถึงเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ 
โดย “คอมพิวเตอร์”  ของมนุษย์ จะทำงานโดยอัตโนมัติ  เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนั้น
- หากเป้าประสงค์ตั้งไว้เพื่อความสำเร็จ  คอมพิวเตอร์ก็จะทำเพื่อให้บรรลุถึงความสำเร็จ 
หากเป้าประสงค์ตั้งไว้เพื่อความล้มเหลว  คอมพิวเตอร์ก็จะทำให้เกิดความล้มเหลว           
                  
อะไร  คือ  COMPUTER ในสมองของมนุษย์   =  จิตใต้สำนึก
จิตใต้สำนึก  -   จะทำงานโดย อัตโนมัติ และ ปราศจากความควบคุมทางด้านความคิด
-  เพื่อให้บรรลุถึงเป้าประสงค์ที่ได้ตั้งไว้
ข้อจำกัดของจิตใต้สำนึก  -  จะทำงานต่อเมื่อมีข้อมูลอยู่เท่านั้น
                                 -  จะทำงานต่อเมื่อมีเป้าหมายอย่างเด่นชัด

ความชำนาญ  (SKILL)  -   จะเกิดขึ้นได้  เมื่อคุณกระทำไปโดยใช้จิตใต้สำนึก และหยุดการใช้ "จิตสำนึก"

นิสัย  (HABITS)    -    มาจากกระทำของจิต ของจิตใต้สำนึก
คนเรามักจะเปลี่ยน นิสัย ไม่สำเร็จ  เพราะพยายามใช้  WILL  POWER  ทำงาน  แทนที่จะใช้
IMMAGINATION ให้ทำงานแทน
การแก้ที่ถูกต้อง
- จะต้องเอา นิสัยที่ดี  เข้าไปใส่ใน จิตใต้สำนึก ให้ได้ โดย
- ใช้ จิตสำนึก เป็นผู้รวบรวมข้อมูลต่างๆ , คิด, ค้นคว้า และตีความ
-  เมื่อได้ เป้าประสงค์ ที่แน่ชัดแล้ว
- ใช้ IMMAGINATION สร้าง  เป้านั้น ให้เด่นชัดขึ้น จนมันเข้าไปเก็บอยู่ใน จิตใต้สำนึก
- จากนั้น จิตใต้สำนึก  จะทำงานให้คุณโดยอัตโนมัติ และ นิสัยเก่าจะหายไปเอง




ซึ่งรวมๆแล้วก็เป็นการให้เราเปลี่ยนความคิดของเราเอง เพื่อพัฒนาตัวเอง และบอกเราว่า ความล้มเหลวมันไม่เกี่ยวกับกรรมพันธุ์