Showing posts with label ตัวร้ายในละคร. Show all posts
Showing posts with label ตัวร้ายในละคร. Show all posts

Monday, May 30, 2016

INTJS ผู้มีชื่อเสียง:ISAAC NEWTON (PHYSICIST)






INTJS ผู้มีชื่อเสียง:ISAAC NEWTON (PHYSICIST)


 วันนี้ เกิดมีความรู้สึกสงสัยขึ้นมาในหลายๆด้านและอยากรู้ว่า บุคคลิกภาพแบบเรานั้น มีคนที่มีชื่อเสียง อยู่เยอะมั้ย และ แต่ละคน เขามีแนวคิดในการดำเนินชีวิตยังไงกันบ้าง เริ่มที่คนแรกเลย
INTJs ผู้มีเชื่อเสียง:Isaac Newton (Physicist)
นิวตั้น เด็กหลายคนคงรู้จักนิวตั้นเป็นอย่างดี และก็ได้รู้มาว่า เขาเป็นคนบุคคลิคภาพ แบบ INTJ เหมือนกัน ด้านล่างนี้เป็นคำพูดที่แสดงความเป็น INTJ ของนิวตั้น
Newton: “I can calculate the motion of heavenly bodies, but not the madness of people.”
[Addressing a critic:]
Newton: “I have studied these things – you have not.”
[Speaking about his work on mechanics:]
Newton: “Mechanics [has been] distinguished from geometry, as what is perfectly accurate from what is less so. But the errors are not in the art, but in the artificers.”
John Maynard Keynes: “Newton was not the first of the age of reason. He was the last of the magicians.”
a89ae21a40313e87923d05fea0b1376c
ลองอ่านประวัติโดยย่อของเขาดู เผื่อหลายๆคนลืมไปแล้ว
วัยเด็ก
ไอแซก นิวตัน เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2186 (หรือ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2185 ตามปฏิทินเก่า)1 ที่วูลส์ธอร์พแมนเนอร์ ท้องถิ่นชนบทแห่งหนึ่งในลินคอล์นเชียร์ ตอนที่นิวตันเกิดนั้นประเทศอังกฤษยังไม่ยอมรับปฏิทินเกรกอเรียน ดังนั้นวันเกิดของเขาจึงบันทึกเอาไว้ว่าเป็นวันที่ 25 ธันวาคม 2185 บิดาของนิวตัน (ชื่อเดียวกัน) ซึ่งเป็นชาวนาผู้มั่งคั่งเสียชีวิตก่อนเขาเกิด 3 เดือน เมื่อแรกเกิดนิวตันตัวเล็กมาก เขาเป็นทารกคลอดก่อนกำหนดที่ไม่มีผู้ใดคาดว่าจะรอดชีวิตได้ มารดาของเขาคือ นางฮานนาห์ อายสคัฟ บอกว่าเอานิวตันใส่ในเหยือกควอร์ทยังได้ (ขนาดประมาณ 1.1 ลิตร) เมื่อนิวตันอายุได้ 3 ขวบ มารดาของเขาแต่งงานใหม่กับสาธุคุณบาร์นาบัส สมิธ และได้ทิ้งนิวตันไว้ให้มาร์เกรี อายส์คัฟ ยายของนิวตันเลี้ยง นิวตันไม่ชอบพ่อเลี้ยง และเป็นอริกับมารดาไปด้วยฐานแต่งงานกับเขา ความรู้สึกนี้ปรากฏในงานเขียนสารภาพบาปที่เขาเขียนเมื่ออายุ 19: “ขอให้พ่อกับแม่สมิธรวมทั้งบ้านของพวกเขาถูกไฟผลาญ” นิวตันเคยหมั้นครั้งหนึ่งในช่วงปลายวัยรุ่น แต่เขาไม่เคยแต่งงานเลย เพราะอุทิศเวลาทั้งหมดให้กับการศึกษาและการทำงาน
นับแต่อายุ 12 จนถึง 17 นิวตันเข้าเรียนที่คิงส์สกูล แกรนแธม (มีลายเซ็นที่เชื่อว่าเป็นของเขาปรากฏอยู่บนหน้าต่างห้องสมุดโรงเรียนจนถึงทุกวันนี้) ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2202 เขากลับไปบ้านเกิดเมื่อมารดาที่เป็นหม้ายครั้งที่ 2 พยายามบังคับให้เขาเป็นชาวนา แต่เขาเกลียดการทำนา ครูใหญ่ที่คิงส์สกูล เฮนรี สโตกส์ พยายามโน้มน้าวให้มารดาของเขายอมส่งเขากลับมาเรียนให้จบ จากแรงผลักดันในการแก้แค้นครั้งนี้ นิวตันจึงเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนสูงที่สุด
เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2204 นิวตันได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยทรินิตี้ เคมบริดจ์ ในฐานะซิซาร์ (sizar; คือทุนชนิดหนึ่งซึ่งนักศึกษาต้องทำงานเพื่อแลกกับที่พัก อาหาร และค่าธรรมเนียม) ในยุคนั้นการเรียนการสอนในวิทยาลัยตั้งอยู่บนพื้นบนแนวคิดของอริสโตเติล แต่นิวตันชอบศึกษาแนวคิดของนักปรัชญายุคใหม่คนอื่นๆ ที่ทันสมัยกว่า เช่น เดส์การ์ตส์ และนักดาราศาสตร์ เช่น โคเปอร์นิคัส, กาลิเลโอ และเคปเลอร์ เป็นต้น ปี ค.ศ. 1665 เขาค้นพบทฤษฎีบททวินามและเริ่มพัฒนาทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ซึ่งต่อมากลายเป็นแคลคูลัสกณิกนันต์ นิวตันได้รับปริญญาในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1665 หลังจากนั้นไม่นาน มหาวิทยาลัยต้องปิดลงชั่วคราวเนื่องจากเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ แม้เมื่อศึกษาในเคมบริดจ์เขาจะไม่มีอะไรโดดเด่น แต่การศึกษาด้วยตนเองที่บ้านในวูลส์ธอร์พตลอดช่วง 2 ปีต่อมาได้สร้างพัฒนาการแก่ทฤษฎีเกี่ยวกับแคลคูลัส ธรรมชาติของแสงสว่าง และกฎแรงโน้มถ่วงของเขาอย่างมาก นิวตันได้ทำการทดลองเกี่ยวกับแสงอาทิตย์อย่างหลากหลายด้วยแท่งแก้วปริซึมและสรุปว่ารังสีต่างๆ ของแสงซึ่งนอกจากจะมีสีแตกต่างกันแล้วยังมีภาวะการหักเหต่างกันด้วย การค้นพบที่เป็นการอธิบายว่าเหตุที่ภาพที่เห็นภายในกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้เลนส์แก้วไม่ชัดเจน ก็เนื่องมาจากมุมในการหักเหของลำแสงที่ผ่านแก้วเลนส์แตกต่างกัน ทำให้ระยะโฟกัสต่างกันด้วย จึงเป็นไม่ได้ที่จะได้ภาพที่ชัดด้วยเลนส์แก้ว การค้นพบนี้กลายเป็นพื้นฐานในการพัฒนากล้องโทรทรรศน์แบบกระจกเงาสะท้อนแสงที่สมบูรณ์โดยวิลเลียม เฮอร์เชล และ เอิร์ลแห่งโรส ในเวลาต่อมา ในเวลาเดียวกับการทดลองเรื่องแสงสว่าง นิวตันก็ได้เริ่มงานเกี่ยวกับแนวคิดในเรื่องการโคจรของดาวเคราะห์
พ.ศ. 2210 เขากลับไปเคมบริดจ์อีกครั้งหนึ่งในฐานะภาคีสมาชิกของทรินิตี้ ซึ่งมีกฎเกณฑ์อยู่ว่าผู้เป็นภาคีสมาชิกต้องอุทิศตนถือบวช อันเป็นสิ่งที่นิวตันพยายามหลีกเลี่ยงเนื่องจากมุมมองของเขาที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนา โชคดีที่ไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าภาคีสมาชิกต้องบวชเมื่อไร จึงอาจเลื่อนไปตลอดกาลก็ได้ แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นในเวลาต่อมาเมื่อนิวตันได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเมธีลูเคเชียนอันทรงเกียรติ ซึ่งไม่อาจหลบเลี่ยงการบวชไปได้อีก ถึงกระนั้นนิวตันก็ยังหาทางหลบหลีกได้โดยอาศัยพระบรมราชานุญาตจากพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2

ชีวิตการงาน
Philosophiæ Naturalis Principia Mathematica งานตีพิมพ์สำคัญชิ้นแรกของนิวตัน
การหล่นของผลแอปเปิลทำให้เกิดคำถามอยู่ในใจของนิวตันว่าแรงของโลกที่ทำให้ผลแอปเปิลหล่นน่าจะเป็นแรงเดียวกันกับแรงที่ “ดึง” ดวงจันทร์เอาไว้ไม่ไปที่อื่นและทำให้เกิดโคจรรอบโลกเป็นวงรี ผลการคำนวณเป็นสิ่งยืนยันความคิดนี้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดจนกระทั่งการการเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างนิวตันและโรเบิร์ต ฮุก ที่ทำให้นิวตันมีความมั่นใจและยืนยันหลักการกลศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้เต็มที่ ในปีเดียวกันนั้น เอ็ดมันด์ ฮัลเลย์ได้มาเยี่ยมนิวตันเพื่อถกเถียงเกี่ยวกับคำถามเรื่องดาวเคราะห์ ฮัลลเลย์ต้องประหลาดใจที่นิวตันกล่าวว่าแรงกระทำระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ที่ทำให้การวงโคจรรูปวงรีได้นั้นเป็นไปตามกฎกำลังสองที่นิวตันได้พิสูจน์ไว้แล้วนั่นเอง ซึ่งนิวตันได้ส่งเอกสารในเรื่องนี้ไปให้ฮัลเลย์ดูในภายหลังและฮัลเลย์ก็ได้ชักชวนขอให้นิวตันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น และหลังการเป็นศัตรูคู่ปรปักษ์ระหว่างนิวตันและฮุกมาเป็นเวลานานเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้ค้นพบ “กฎกำลังสอง” แห่งการดึงดูด หนังสือเรื่อง “หลักการคณิตศาสตร์ว่าด้วยปรัชญาธรรมชาติ” (Philosophiae naturalist principia mathematica หรือ The Mathematical Principles of Natural Philosophy) ก็ได้รับการตีพิมพ์ เนื้อหาในเล่มอธิบายเรื่องความโน้มถ่วงสากล และเป็นการวางรากฐานของกลศาสตร์ดั้งเดิม (กลศาสตร์คลาสสิก) ผ่านกฎการเคลื่อนที่ ซึ่งนิวตันตั้งขึ้น นอกจากนี้ นิวตันยังมีชื่อเสียงร่วมกับ กอทท์ฟรีด วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ในฐานะที่ต่างเป็นผู้พัฒนาแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์อีกด้วย
งานสำคัญชิ้นนี้ซึ่งถูกหยุดไม่ได้พิมพ์อยู่หลายปีได้ทำให้นิวตันได้รับการยอมรับว่าเป็นนักฟิสิกส์กายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผลกระทบมีสูงมาก นิวตันได้เปลี่ยนโฉมวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการเคลื่อนที่ของเทห์วัตถุที่มีมาแต่เดิมโดยสิ้นเชิง นิวตันได้ทำให้งานที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยกลางและได้รับการเสริมต่อโดยความพยายามของกาลิเลโอเป็นผลสำเร็จลง และ “กฎการเคลื่อนที่” นี้ได้กลายเป็นพื้นฐานของงานสำคัญทั้งหมดในสมัยต่อๆ มา
ในขณะเดียวกัน การมีส่วนในการต่อสู้การบุกรุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอย่างผิดกฎหมายจากพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ทำให้นิวตันได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาในปี พ.ศ. 2232-33 ต่อมาปี พ.ศ. 2239 นิวตันได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดูแลโรงผลิตกษาปณ์เนื่องจากรัฐบาลต้องการบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริตและมีความเฉลียวฉลาดเพื่อต่อสู้กับการปลอมแปลงที่ดาษดื่นมากขึ้นในขณะนั้นซึ่งต่อมา นิวตันก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการในปี พ.ศ. 2242 หลังจากได้แสดงความสามารถเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นผู้บริหารที่ยอดเยี่ยม และในปี พ.ศ. 2244 นิวตันได้รับเลือกเข้าสู้รัฐสภาอีกครั้งหนึ่งในฐานะผู้แทนของมหาวิทยาลัย และในปี พ.ศ. 2247 นิวตันได้ตีพิมพ์หนังสือเรื่อง “ทัศนศาสตร์” หรือ Optics ฉบับภาษาอังกฤษ (สมัยนั้นตำรามักพิมพ์เป็นภาษาละติน) ซึ่งนิวตันไม่ยอมตีพิมพ์จนกระทั่งฮุก คู่ปรับเก่าถึงแก่กรรมไปแล้ว

ชีวิตครอบครัว
นิวตันไม่เคยแต่งงาน และไม่มีหลักฐานใดที่บ่งบอกว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้ใด[ต้องการอ้างอิง] แม้จะไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ก็เชื่อกันโดยทั่วไปว่าเขาถึงแก่กรรมไปโดยที่ยังบริสุทธิ์ ดังที่บุคคลสำคัญหลายคนกล่าวถึง เช่นนักคณิตศาสตร์ ชาลส์ ฮัตตัน นักเศรษฐศาสตร์ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ และนักฟิสิกส์ คาร์ล เซแกน
วอลแตร์ นักเขียนและนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสซึ่งพำนักในลอนดอนในช่วงเวลาที่ฝังศพของนิวตัน อ้างว่าเขาได้ค้นพบข้อเท็จจริงนี้ เขาเขียนไว้ว่า “ผมได้รับการยืนยันจากหมอและศัลยแพทย์ที่อยู๋กับเขาตอนที่เขาตาย” (เรื่องที่อ้างกล่าวว่า ขณะที่เขานอนบนเตียงและกำลังจะตาย ก็สารภาพออกมาว่าเขายังบริสุทธิ์อยู่[) ในปี 1733 วอลแตร์ระบุโดยเปิดเผยว่านิวตัน “ไม่มีทั้งความหลงใหลหรือความอ่อนแอ เขาไม่เคยเข้าใกล้หญิงใดเลย”
นิวตันมีมิตรภาพอันสนิทสนมกับนักคณิตศาสตร์ชาวสวิส Nicolas Fatio de Duillier ซึ่งเขาพบในลอนดอนราวปี 1690 แต่มิตรภาพนี้กลับสิ้นสุดลงเสียเฉยๆ ในปี 1693 จดหมายติดต่อระหว่างคนทั้งคู่บางส่วนยังคงเหลือรอดมาถึงปัจจุบัน
บั้นปลายของชีวิต
ชีวิตส่วนใหญ่ของนิวตันอยู่กับความขัดแย้งกับบรรดานักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ โดยเฉพาะฮุก, ไลบ์นิซ และเฟลมสตีด ซึ่งนิวตันแก้เผ็ดโดยวิธีลบเรื่องหรือข้อความที่เป็นจินตนาการหรือไม่ค่อยเป็นจริงที่ได้อ้างอิงว่าเป็นการช่วยเหลือของพวกเหล่านั้นออกจากงานของนิวตันเอง นิวตันตอบโต้การวิพากษ์วิจารณ์งานของตนอย่างดุเดือดเสมอ และมักมีความปริวิตกอยู่เป็นนิจจนเชื่อกันว่าเกิดจากการถูกมารดาทอดทิ้งในสมัยที่เป็นเด็ก และความบ้าคลั่งดังกล่าวแสดงนี้มีให้เห็นตลอดการมีชีวิต อาการสติแตกของนิวตันในปี พ.ศ. 2236 ถือเป็นการป่าวประกาศยุติการทำงานด้านวิทยาศาสตร์ของนิวตัน หลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางระดับเซอร์ในปี พ.ศ. 2248 นิวตันใช้ชีวิตในบั้นปลายภายใต้การดูแลของหลานสาว นิวตันไม่ได้แต่งงาน แต่ก็มีความสุขเป็นอย่างมากในการอุปการะนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลัง ๆ และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2246 เป็นต้นมาจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต นิวตันดำรงตำแหน่งเป็นนายกราชสมาคมแห่งลอนดอนที่ได้รับสมญา “นายกสภาผู้กดขี่”
เมื่อนิวตันเสียชีวิตลง พิธีศพของเขาจัดอย่างยิ่งใหญ่เทียบเท่ากษัตริย์ ศพของเขาฝังอยู่ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เช่นเดียวกับกษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงของอังกฤษ
เซอร์ไอแซก นิวตันมีชีวิตอยู่ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 9 หรือพระเจ้าท้ายสระแห่งสมัยกรุงศรีอยุธยา
ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย
Bj1_NTSCIAEhlQ9
“It is only a man’s own thoughts that he really and completely understands. To read the thoughts of others is like taking the remains of someone else’s meal, like putting on the discarded clothes of a stranger.”
ขอบคุณที่อ่าน



เขาว่า แบบนี้คือ INTJ จาก DEK-D.COM

เขาบอกว่านี่คือลักษณะเฉพาะ intj จากเว็บ dek.d.com  (Comment by INTJ : โดยผู้หญิง intj อายุ 30+  )
1. ไม่ชอบการพูดเรื่องเล็กๆน้อยๆ ทั่วไปที่ไร้ความหมาย (เช่น อากาศดีจังวันนี้)
INTJ’s says: สำหรับเรา มันแล้วแต่สถานการณ์นะ ถ้าเป็นหน้าที่ที่ต้องพูดเป็นมารยาท ก็พูดๆไป เช่น เป็นไงบ้าง? วันนี้โอเคมั้ย? ส่วนใหญ่การพูดเรื่องเล็กๆน้อยๆก็จะพูดกับคนที่ไม่สนิทมาก หรือนานๆเจอที และอาจะไม่คิดสานต่อประโยคให้วุ่นวาย คือ ถามตามมารยาท แล้วจบ เสร็จแล้วจาก แค่นั้น.
13055338_10205588572744008_3834038752781190026_n
2.มักพูดหรือถามคำถามเพราะต้องการคำตอบจริงๆ และคำถามบางทีก็จริงจังมากๆ (เช่น คุณรู้สึกยังไงกับเมืองไทยในขณะนี้)แถมรู้ด้วยนะว่าคู่สนทนากำลังอึ้งอยู่
INTJ’s says:โอ้ย อันนี้เวอร์ไปนิด ไม่ขนาดนั้นหรอก มันซีเรียสไปมั้ยอ่ะ จริงๆเราว่าแล้วแต่คนนะ เรื่องถาม ตอบ เรื่องซีเรียสหน่ะ คือเราเคยเข้าไปในกลุ่ม facebook แบบกลุ่มปิดของ INT๋J ที่เป็นของทั่วโลก ซึ่งมีสมาชิกหลักหมื่น เท่านั้น เช่น
บางคนก็ถามคำถามซีเรียส หยั่งเชิงความคิดคนอื่น และก็มีหลายคนมาโต้ตอบเสนอความคิดแบบเมามันมากๆ คล้ายๆกับเว็บพันทิพบ้านเรา คือพูดคุยกันแล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้นแน่นอน  แต่หลายคนในนั้นก็โต้ตอบกันแบบคนละขั้ว และก็คอมเม้นว่าเรื่องที่คุยกันนั้นไม่สร้างสรรค์ จะมาเสียเวลาเถียงกันหรือหาคำตอบกันทำไม เป็นต้น
สรุปคือ INTJ แต่ละคน ก็มองเรื่องของคำถามซีเรียสหรือtopic การพูดคุยไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะไม่คุยเรื่องพื้นๆและไร้สาระ และอันไหนที่ตัวเองเห็นว่าไม่สร้างสรรค์ ก็จะโต้ตอบทันที บางคนโต้ตอบแบบเมินเฉย หรือบางคนโต้ตอบแบบโจมตี แต่ก็มีบางคนที่ตอบเป็นมารยาทก็มี(ซึ่งอ่อนน้อมกว่าแบบอื่น) แต่สิ่งที่เราเห็นชัดมากคือ การกด like ของ INTJ ในกรุ๊ปนี้ ยากมาก ถ้าไม่เจ๋งจริง ไม่สร้างสรรค์จริง อย่าหวังว่าจะได้ Like อันนี้เท่าที่สังเกตคร่าวๆนะ เพราะปกติเราไม่ค่อยเข้า FB ถ้าไม่ว่างจริงๆ
และสำหรับเรา ตรงประโยคที่ว่า “….แถมรู้ด้วยนะว่าคู่สนทนากำลังอึ้งอยู่” บ้าไปแล้ว คือเราไม่สนใจว่าใครจะอึ้งหรือจะคิดยังไงกับสิ่งที่เราพูด เราสนใจแค่การตอบสนองตามที่เราคิดรึเปล่า อึ้งหรือไม่ ไม่สนใจ
3.มีปัญหากับการอธิบายความคิดของตัวเอง เพราะรูปแบบความคิดของคนกลุ่มนี้จะไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่เป็นกลุ่มความคืดที่ INTJ จะโยงๆเข้าด้วยกัน แล้วสรุปออกมาเป็นคำพูด สิ่งที่พูดออกมาจึงดูเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป
INTJ’s says::สำหรับเราข้อนี้ค่อนข้างจริง คือ โยงเรื่องราว และสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน บางอย่างก็ยากที่จะอธิบาย ขนาดสามี ที่คบกันมา สิบกว่าปี ก็ชอบพูดเสมอว่า “ม่าม้า….รู้ได้ยังไงอ่ะ” ตั้งแต่วันแรกที่เจอ จนวันนี้ จนเราบอกประจำว่า “เมื่อไหร่จะเลิกถามฟ่ะ !#!!?  คือตูก็อธิบายเมิงไม่ได้โฟ้ยย”หรือถ้าไม่ตอบเวลาใครถามแบบนี้ เราก็นิ่งๆไปเลย เป็นต้น
4.INTJ ก็จะรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่คนทั่วไปไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด อาจถึงขั้นมองว่าเป็นคนโง่ไปเลย
INTJ’s says:: สำหรับเราต้องขยายว่า “…อาจถึงขั้นมองว่าเป็นคนโง่ไปเลย” ไม่ได้หมายถึงว่าคนอื่นโง่หรอก มันแรงไป (แม้ในใจก็คิดคำนี่แหล่ะ) แต่แค่คิดว่าคนอื่นคิดไม่ตรงกัน ก็จะไม่เสียเวลาพูด เนื่องจากส่วนตัวเราเอง เคยมีประสบการณ์เลวร้าย เรื่องการพูดตามที่คิด มาตั้งแต่เด็ก แต่โดนว่าเป็นพวกนอกคอก พวกหัวรั้น หรืออีกหลายคำที่เรียกกัน พอโตขึ้นก็ไม่พยายามพูดอะไรตามที่คิดอีก ถ้าคนๆนั้นวิสัยทัศน์ไม่ถึง ทิศทางการพูดคุยไม่ตรงกัน และยิ่งการพูดคุยครั้งนั้นไม่ทำให้เราโตขึ้นหรือฉลาดกว่าเดิม เราจะไม่คุยหล่ะ เสียเวลาและความรูัสึก แถมอาจถูกมองว่าเป็นพวกนอกคอก ชั่วร้าย เข้าถึงยาก ฯลฯ
ปล.และยิ่งเป็น intj ที่เป็นผู้หญิงด้วยแล้ว เลวร้ายไปใหญ่ และการเขียน blog นี้ก็เสี่ยงต่อการถูก comment แต่ช่างมัน เป็นวิทยาธาร
5.ถ้าหากคนกลุ่มนี้พยายามอธิบายเรื่องใดกับคุณ แปลว่าเขามองว่าคุณมีมันสมองระดับเดียวกับเขา
INTJ’s says:อันนี้จริง ก็ตามด้านบนนั้นหล่ะ
6.ซ่อนความรู้สึกของตัวเอง เพราะ INTJ เป็นคนที่ยึดมั่นในข้อเท็จจริงมากกว่าความรู้สึก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้ไม่ร้องไห้ เพียงแต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะนิ่งๆมากกว่า
INTJ’s says: สำหรับเรา จริงนะ เราจะตัดความรู้สึกทั้งหมดออกแล้วมองแต่ภาพรวมกว้างและความจริงเท่านั้น แถมเอาประสบการณ์เก่าๆ มารวมกันพิจารณาด้วย แต่เราก็ร้องไห้นะ แต่ร้องส่วนใหญ่เพราะเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจนี่แหล่ะ และบางทีก็ร้องออกมาเฉยๆ ไม่มีสาเหตุ เพราะเหนื่อยที่จะนิ่งๆ
intj vision
7.INTJไม่สนใจกติกาสังคม ไม่แคร์วาวิธีที่ทำจะต่างจากขนบเดิม ตราบเท่าที่ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกัน (เช่น จะปั่นจักรยานไปโรงเรียน ถ้าไปทางลัดแล้วจะไปเร็วกว่า แต่เสี่ยงกับการบุกรุกบ้านคนอื่น INTJ จะไปทางนั้นแทน)
INTJ’s says: สำหรับเรา อันนี้ตรงกับเรานะ แต่เราจะเป็น INTJ ที่ถูกที่บ้านสอนว่า อย่าทำอะไรแผลงๆต่อหน้าคนอื่นอย่าขวางโลกเกินไป ดังนั้น เวลาเราอยู่กับคนอื่น เราก็เป็นคนธรรมดาคิดตามชาวบ้านเขาไปก่อน แล้วอันไหนไม่เวิร์ก นั่นแหล่ะ เราจัดเอง เจ๋งกว่า ดีกว่า นอกกรอบกว่า จบข่าว.
8.INTJ จะพยายามจัดการกับปัญหาด้วยวิธีการของตัวเอง โดยไม่ขอความช่วยเหลือหรือขออนุญาติใครทั้งสิ้น เมื่อเห็นว่าวิธีใช้ไม่ดีเขาจะแก้ไขทันที
INTJ’s says:ก็จริง ดูจากข้อ 7
9.INTJ ความจำดีมาก และวิเคราะห์เก่ง ทำให้เขาดูฉลาดกว่าคนทั่วไป (คน ไอคิวสูงส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้)
INTJ’s says:เว่อร์อ่ะ วิเคราะห์เก่งอ่ะใช่ แต่เรื่องIQ เรา 127-135 ไม่น่าสูงนะ และมันไม่สำคัญ เคยอ่านงานวิจัยหลายๆอัน เขาบอกว่า IQ สูงจากการทำข้อสอบอ่ะ เขาฝึกทำกันบ่อยๆ สามีเราเป็น ISTJ สอบไอคิวได้ตั้ง 150+ เขาบอกว่าเขาชอบฝึกทำตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเรื่อง IQ โปรดมองข้ามไปเลย มันไร้สาระ เคยเห็นคนที่มี IQ สูงมากๆ แต่ทำตัวโง่ๆ แบบสิ้นคิดเยอะแยะไป และไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้นเรียนเก่งอย่างเดียววัดอะไรไม่ได้ ต้องคิดให้เป็น และต้องเป็นคนดี ไม่ทำให้คนอื่นเดือนร้อน และมีทัศนคติที่ดี อันนี้เจ๋งกว่า
10.INTJ เชื่อมั่นในข้อสรุปหรือความคิดของตัวเองมาก ทำให้คนอื่นรู่้สึกว่าเป็นคนหยิ่งยโส เข้าถึงยาก แต่ความจริงแล้ว คนกลุ่มนี้แค่รู้ว่าตัวเองวิเคราะห์เก่งกว่า และจากประสบการณ์ตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกเสมอ เลยเชื่อมั่นในตัวเองสูง
INTJ’s says:สำหรับเราอันนี้เป็นความชั่วร้ายส่วนตัว ที่เป็นจริง แต่ถ้าเราผิดจริงเราบอกตรงๆเลยนะว่าเคร เราผิด แต่เรื่องหยิ่งยโส มันอธิบายยากอ่ะ….
11.INTJ บางคนที่สุดโต่งมากๆ อาจเป็นพวกตรงไปตรงมาเกินไป คือพูดแต่ความจริง แม้ความจริงนั้นอาจจะทำร้ายคนฟังก็ตาม
INTJ’s says:ถ้าเป็นตอนช่วงวัยรุ่น จะตอบว่าใช่ :ใช้่เลย ตามนั้น ไม่สนอ่ะ
แต่ตอนนี้จะตอบว่า:โอ๊ย เราไม่โง่่เหมือนแต่ก่อนแล้วอ่ะ มันไร้สาระมาก ที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง โดยการใช้คำพูดตรงๆ มันดูไม่ฉลาด เราเลือกที่จะพูดความจริงแต่ไม่กระทบจิตใจใครได้ และมนุษย์ซับซ้อนกว่าที่เราคิด ที่สำคัญคิอจังหว่ะการพูด
12.INTJ จะชอบคนตรงไปตรงมาแบบตัวเองมากเป็นพิเศษ ถ้าอยากรู้ความจริงจากคนกลุ่มนี้ทำง่ายมาก ให้ถามตรงไปตรงๆเลย
INTJ’s says:ก็จริงนะ สำหรับเรา แต่ถ้าถามละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว เราก็อาจตอบนะ แต่ครั้งหน้าเราจะหลีกหนีที่จะไม่พูดด้วยอีก
13055461_1138533436186584_6010957785589526696_n
เนื้อหาจาก : https://visionconner.wordpress.com/
INTJ เข้ามาคุยกันเพิ่มเติมได้ที่ songrad.banyen@gmail.com

ถามตอบ เกี่ยวกับ INTJ (2)

  1. ถาม:คุณเป็นคนกระหายหาความรู้ ชอบการเรียนและการขลุกอยู่ในห้องสมุด จริงเหรอ?
คำตอบ: สำหรับเราแล้ว ความรู้เปรียบเสมือนอาหาร ที่ชีวิตเราจะขาดไม่ได้ และต้องเป็นอาหารที่หลากหลายไม่จำกัดแค่อาหารชนิดเดียว และแน่นอนว่าต้องกินอาหารทุกวัน ความรู้ของเราก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ได้จากการฟังผู้มีประสบการณ์ตรง ได้จากการอ่านหนังสือ ได้จากเรื่องเล่าต่อๆกันมา ได้จากสารคดี นิตยสาร เป็นต้น และมันจะไม่จบแค่ ขั้นตอนเดียว คือไม่ใช่ว่าอ่าน ฟังเขาแล้วจบนะ จะเอามาคิดประติดประต่อ เรียบเรียงใหม่ หาแนวคิดเพิ่ม บางครั้งเรื่องเดียวกันเราหาข้อมูลอ้างอิง มาเยอะมาก แบบกระหายใคร่รู้อย่างแท้จริง แถมทดลองๆๆๆ  มีคนแนะนำให้เราไปเป็นอาจารย์ แต่เราไม่นะ ถ้าเป็นอาจารย์พิเศษน่าจะพอได้ แต่ด้วยอายุยังไม่เยอะ อยากหาประสบการณ์เข้าตัวให้มากที่สุด
  1. ถาม: ฟังเหมือนจะเป็นคนเรียนเก่งนะ น่าจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่เรียนมาแน่นอน?
คำตอบ: เรียนเก่งมั้ย มัธยมหน่ะเก่ง แต่มหาลัย เราไม่ตั้งใจเรียนในสาขาวิชาที่เรียนเลย เพราะมหาลัยมันเปิดกว้างมาก จนเราได้ไปคลุกคลีกับคณะอื่น สาขาอื่น เจอคนเก่งๆ ด้านอื่น ความกระหายใคร่รู้เลยแตกซ่าน ด้วยความที่พื้นฐานเป็นคนไม่อยู่ในกรอบ ไม่ชอบอยู่ในระบบใคร มันเลยทำให้เราไม่ได้ตั้งใจเรียนเท่าที่ควร เกรดเลยไม่ดี แต่เราได้ประสบการณ์และแนวคิดสนุกๆ ด้านอื่นมาเพียบ ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำงานตามแนวที่เรียนมา แต่กลายเป็นงาน ที่จำเจมากๆ ไม่ต้องใช้สมองอะไรเลยในการทำงาน และแน่นอนเรามีเป้าหมายแฝง คือ
  • เราขอทำงานอะไรก็ได้ที่ได้เงินและไม่กระทบต่อความสนใจหลักที่เรามี(เช่นอาจจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องงานอดิเรก หรือแม้แต่ธุรกิจส่วนตัว )
  • ต้องเป็นสถานที่ ทำงานที่มีการเมืองสูงมากๆ ยิ่งเป็นบริษัทที่ไม่มีระบบ เรายิ่งชอบ นั่นหมายความว่า เขาจะใช้คน 1 คนทำงานหลายๆอย่าง และไม่ปิดกั้นที่จะถ่ายทอดความรู้และเล่าปัญหาให้กับคนต่างแผนกฟัง นั่นเป็นเรื่องที่สนุกสำหรับเรา คือ เราต้องทำงานของตัวเองให้ไม่มีปัญหา แถมต้องเอาตัวรอดจากสภาวะแวดล้อมที่วุ่นวายอีกด้วย (มันสนุกสุดๆ )
intj-dating
แต่เราจะลาออกทันที ถ้าคนเหล่านั้น หรือการทำงาน มันล้ำเส้นกับความสนใจหลักที่เรามีมากเกินกว่าเราจะรับได้(ซึ่งแน่นอนมันเรื่องส่วนตัว) เมื่อเรารู้สึกว่าเราโดนจำกัดทางความคิด มันทำให้เราเริ่มไม่สนุก เราจะออกทันที แม้ว่างานที่เราทำจะเป็นที่พอใจกับผู้บริหารมากก็ตาม มีสองครั้งที่เราลาออกเพราะได้เลื่อนตำแหน่ง (อย่ามาถามกลับนะว่าทำไม มันเหมือนครั้งที่เราเคยติดโควตาวิศวะเครื่องกล ที่ พระนครเหนือ แต่เราสละโควตาให้คนอื่น และสุดท้ายเราก็ไปสอบENTRANCE เอาและติดวิศวะ ที่ดีกรีน้อยกว่ามั้ง)
intj
ถ้า INTJ มีอะไรมาแชร์ หรือมาหารือกันได้ที่ songrad.banyen@gmail.com
“คุณไม่ได้แปลกแยก แค่คนประเภทเดียวกับคุณมีน้อย”
แล้ว เจอกัน POST หน้า
สวัสดี
CREDIT: https://visionconner.wordpress.com/

ถามตอบ เกี่ยวกับ INTJ (1)

เขียนบล๊อกนี้ ขึ้นมา เพื่อที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอื่นๆเข้าใจใน INTJ หรือ INTJ เข้าใจตัวเองดีขึ้นมานีสส นึง แต่ถ้า INTJ อ่านก็อยากจะบอกว่า คุณไม่ได้แปลกกว่าคนอื่นนะ แค่คุณเป็นส่วนน้อยเท่านั้นเอง มาเริ่มคุยกันเลย
เราเป็นผู้หญิง ที่เป็น INTJ อายุ 30+ จากตารางด้านล่างจะเห็นว่า เราแค่ 0.9% เท่านั้นเอง
82589
The Scientist : นักวิทยาศาสตร์
1.ถาม: คุณเป็นคนรักอิสระที่เข้มแข็ง ผู้ชอบแสวงหามุมมองใหม่ๆ ชื่นชอบการเข้าใจสิ่งใหม่ๆ มีความคิดล้ำลึก และมีความคิดฉับไว แต่คนอื่นๆไม่ค่อยได้มองเห็นความฉับไวนี้ของคุณ เพราะคุณมักจะเก็บงำไว้กับตัวเอง จริงเหรอ?
ตอบ:
  • จากคำถามที่ว่า “คุณเป็นคนรักอิสระที่เข้มแข็ง ผู้ชอบแสวงหามุมมองใหม่ๆ ชื่นชอบการเข้าใจสิ่งใหม่ๆ ?”
คำตอบคือใช่ คือเป็นคนที่รักอิสระ ตั้งแต่จำความได้ ชอบการเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน บางทีก็จะชอบฟังคนพูดเรื่องเดียวกัน โดยผ่านการเล่าเรื่องจากคนละคน มันเป็นเรื่องที่สนุกมาก เพราะเราจะจับความแตกต่างของเรื่องราว และจะเห็นแนวคิดของแต่ละคนด้วย เรื่องนี้เป็นมาตั้งแต่จำความได้ โดยไม่มีใครสอน แต่บังเอิญได้รับโอกาสที่ดี ตั้งแต่เด็กๆ
  • ส่วนคำถามที่ว่า “เป็นคนมีความคิดล้ำลึก และมีความคิดฉับไว แต่คนอื่นๆไม่ค่อยได้มองเห็นความฉับไวนี้ของคุณ เพราะคุณมักจะเก็บงำไว้กับตัวเอง จริงเหรอ?
คำตอบคือ เรื่องความคิดล้ำลึก และเป็นคนคิดเร็ว จับเรื่องนี้ผสมกับประสบการณ์นั้น แล้วอ้างอิงกับปัจจุบันเร็วมาก แต่ไม่สามารถอธิบายใครได้ มันเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้กระทั้งตอนเรียนมหาลัย ดิชั้นเรียนวิศวะฯ เป็นคนที่คิดระบบคำตอบเร็วนะ แต่เกรดเฉลี่ยไม่ดี จนเราก็สงสัย พอดีสนิทกับอาจารย์ เลยขอดูเฉลยที่เป็นข้อสอบของเราเอง สรุปคือ เรามีกระบวนการคิดที่ถูกซะส่วนใหญ่ แต่ที่ผิดคือคำตอบที่บวกลบ คูณหารผิด ทั้งๆที่มีเครื่องคิดเลข ต้องยอมรับว่าไม่รอบคอบและใจร้อนมาก
82588
  1. ถาม: คุณมีปัญหาเรื่องการอธิบายความคิดของตัวเองให้คนอื่นฟังมั้ย ทั้งเรื่องเรียน เรื่องทำงาน และส่วนตัว ถ้ามีแล้ว แก้ปัญหายังไง?
ตอบ: มีปัญหาเรื่องนี้มากกกกก แต่กุญแจสำคัญคือ เราต้องเข้าใจสิ่งที่อยู่ในหัวของเราก่อน คือมันเยอะมากๆ เราฝึกตัวเองมาตลอด เช่น
  • ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม คือเราเป็น ติวเตอร์ ที่สอนวิชายากๆ เราจะมีขั้นตอนการสอน ที่ฝึกการทำโจทย์เป็นหลัก และอธิบายคนอื่นเป็นขั้นตอน แต่พอเริ่มทำงานก็ไม่ค่อยได้ฝึก ก็เลยจะมีปัญหาบ้าง ต้องแก้เป็นกรณีไป แต่ส่วนใหญ่จะเขียนลงในกระดาษเป็นหลัก
  • แม้เรื่องส่วนตัว เวลาเราทะเลาะกับแฟน (ปัจจุบันเป็นสามี ซึ่งเป็น ISTJ คบกันมา สิบกว่าปี) เราจะอดทนมากๆ แล้วจะมีกระดาษ a4 และปากกามาด้วย แล้วเขียน สถานการณ์ ที่เรากำลังเป็นอยู่ และอธิบาย ว่าที่เราทะเลาะกันมันมีประโยชน์มั้ย คราวหน้าเราจะแก้ปัญหานี้ยังไง ถ้ามันเกิดขึ้นอีก แต่ด้วยแฟนเราเป็น ISTJ เขาก็จะทำเป็นเข้าใจ แค่ช่วงเดียวหล่ะ แล้วก็จะเป็นอีกทะเลาะกันเรื่องเก่า จนเรารู้สึกว่า มันเป็นเรื่องที่เหนื่อยที่ต้องมานั่งอธิบายซ้ำ เลยยอมๆไป
  • ส่วนเรื่องงาน ก็จะมีปัญหาบ้างแล้วแต่เคส คือถ้าในเคสเราเป็นหัวหน้า มันจะง่ายมาก เพราะจะรู้ว่า แต่ละคนมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไร พูดอย่างไรถึงเข้าใจ แต่ถ้าเคสเราเป็นลูกน้องจะเป็นเรื่องหายนะ เพราะส่วนตัวจะเป็นคนค่อนข้าง(อธิบายไม่ถูกนะ…) แต่เหมือนถ้าคนเป็นหัวหน้าเราแล้วไม่เก่งหรือวางแผนการทำงานไม่เป็น เราจะไม่เคารพเขาเลยนะ บางทีก็จะทำอะไรขัดกับเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นปัญหามากในสังคมคนเอเชีย ที่ดูที่อาวุโส ไม่ใช่ตัวงาน เราเลยเกลียดงานราชการมาก และไม่ชอบอยู่ในระบบของใคร เท่าไหร่
82586
3.ถาม: คุณเป็นคนช่างคิดวิเคราะห์ และเป็นคนมีมาตรฐานสูงรึเปล่า?
ตอบ: เรื่องการคิดวิเคราะห์ คือใช่เลย เราคิดแบบสร้างสรรค์นะเราจะสนุกกับการคิดมาก ส่วนเรื่องมาตรฐานสูงไม่แน่ใจว่าเป็นมั้ย แต่เราเป็นคนที่ถ้ามีคนมาถามว่าชอบกินอะไรมากที่สุด? ชอบอ่านหนังสือประเภทไหนที่สุด? จะตอบไม่ได้เลยนะ คือเราจะหาคำว่าที่สุดไม่ได้ และยิ่งใครมาถามคำถามว่า เราเก่งชีววิทยามั้ย? ทั้งๆที่สมัยเรียนมัธยม เราได้ 4 รวดทุกเทอม เราก็ว่าเราไม่เก่ง เพราะมีคนเก่งกว่าเยอะมาก เป็นต้น ดังนั้นเราก็ว่าเราเป็นคนมาตรฐานสูง
4: ถาม: คุณเป็นคนมีจิตใจแน่วแน่ และมักจะเชื่อวิสัยทัศน์ของคุณเองโดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรรึเปล่า?
ตอบ: คือจริงๆเราไม่สามารถอธิบายตัวเองได้นะ แต่จะบอกคร่าวๆคือ เป็นคนที่ เชื่อในตัวเองก็ต่อเมื่อเราหาเป้าหมายเจอ คือชีวิตเราขาดเป้าหมายไม่ได้ (อันนี้เรื่องจริงจังมาก คือเคยไม่มีเป้าหมาย แล้วชีวิตแย่ไปเป็นคนละคนเลย ) และเมื่อเชื่อแล้ว เราก็จะหาทางศึกษาแบบจริงจังในทุกเส้นทางที่เป็นไปได้ จนกลายเป็น MY VISION ขึ้นมา เมื่อเรามี MY VISION แล้ว เราไม่สนใจ VISION อื่นเลย แต่เราเป็นคนยืดหยุ่นและเปิดกว้างในทุกความคิด แต่เรายึดของเราเป็นฐานเพื่อต่อยอดเสมอ สรุปคือ เราสนใจคนอื่นนะ แต่เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเราต้องการอะไร แล้วคนอื่นให้อะไรเราได้บ้าง เป็นต้น
82590
5.ถาม: คุณไม่ค่อยชอบเข้าสังคมเพราะเป็นเรื่องเสียเวลา ยกเว้นแต่ว่าคุณจะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง จริงรึเปล่า?
ตอบ: ใช่เลย คือเราไม่ชอบอย่างมากก ตั้งแต่เด็กๆในการทำกิจกรรมสารพัดทางสังคม ทำตัวตลกๆ และการเฮฮา ที่เราเข้าร่วม ส่วนใหญ่เพราะเรามีจุดประสงค์แฝงเสมอ เช่น ไม่อยากให้ใครมองว่าเราเด่น (เพราะเพื่อนหลายคนบอกว่า “ถ้าแกไม่เข้าร่วมหรือทำตัวออกห่าง ทุกคนจะมองแกและหาว่าแกเรียกร้องความสนใจ” อ้าววฟังแล้วแย่กว่าเดิม ) เลยต้องเนียนๆไป แต่ด้วยความที่เป็นคนปรับตัวเร็ว ก็กลายเป็นจุดสนใจไปเอง ไม่รู้เป็นเวรกรรมอะไร จนคนที่เข้าสังคมบ่อยๆอยู่ก่อนแล้วเริ่มหมั่นไส้ และมันจะเป็นแบบนี้มาตลอด จะเกิดปัญหาตามมาเช่น
– จะมีคนพูดมาเข้าหูว่า “มองไม่ออกเลยว่าจริงๆเป็นคนยังไง บางทีก็เงียบขรึม บางทีก็ดุและจิกด่า บางทีก็เฮฮา+ เหน็บแนมเบาๆ บางทีเรื่องเล็กๆก็ร้องไห้(อันนี้มาจากการเก็บกดจากเรื่องอื่น คือที่ร้องไห้แบบเหมือนไม่มีเหตุผล เป็นเพราะมันสะสมหลายเรื่อง ซึ่งบางทีโดนเหยียบเท้ายังร้อง แต่ที่ร้องไม่ใช่เรื่องโดนเหยียบเท้านะ มันมีเรื่องอื่น ที่คล้ายๆกันอยู่ในหัว แต่คนจะไม่รู้และจะคิดกันไปเอง) ”
– หรือไม่ก็มีคนเห็นแวว และจะมอบหมายให้ครั้งหน้ามาทำหน้าที่ ออกสังคมอีก เช่น เป็นคนออกแบบท่าเต้นทีมเชียร์ เป็นผู้ออกแบบและกำกับการแสดงละครโรงเรียน รวมถึงเป็นหัวหน้าห้อง เป็นต้น (อันนี้ตอนมัธยม) แต่พอมหาลัย เราออกแบบตตัวเองให้เป็นคนสบายๆ เหมือนจะไม่ซีเรียสและออกดูเป็นคนไม่ค่อยฉลาดด้วยซ้ำ(มันสนุกที่ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆเราเป็นแบบไหน แต่อบ่างน้อยให้เขาเห็นเราแค่เสี้ยวเดียวก็พอ)
82591
POST นี้แค่นี้ก่อน ถ้าสงสัยประการใดเพิ่มเติม หรือ INTJ ด้วยกันอยากระบาย ก็เมล์มาคุยกันได้ที่
songrad.banyen@gmail.com
แล้วเจอกันใหม่
 credit:visionconner.wordpress.com

Saturday, September 19, 2015

Blog INTJ ที่น่าสนใจ



INTJ คือไร?
เป็น 1 ใน 16 ของผลการทดสอบบุคลิกภาพ MBTI ซึ่งมีจำนวนคุนที่มีบุคลิกแบบนี้น้อยมากกกกกกก
ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นยังไง เราดันเป็นหนึ่งในคนที่มีบุคลิกภาพแบบนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความคิดแปลกๆ ก่อนอื่นมารู้จัก MBTI กันก่อน

การทดสอบบุคคลิกภาพเชิงจิตวิทยา MBTI ( MYERS-BRIGGS TYPE INDICATOR )
เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 16 ประเภท

คือ

กลุ่มนักอนุรักษ์นิยม ( Sensing Judger )

* อยากทำตัวเป็นประโยชน์ ชอบบริการ ชอบเป็นส่วนหนึ่ง

* รับผิดชอบ จริงใจ มีมโนธรรม รักครอบครัว และขนบธรรมเนียมประเพณี

* เป็นจริง ชอบระบบ ชอบกระบวนการที่มีแบบแผน

* ห่วงอนาคต

* บางครั้งรู้สึกว่าตนถูกเอาเปรียบ หรือไม่เห็นหัว

ESTJ ใช้ตรรกะ เด็ดขาด มีและให้ค่ากับประสิทธิภาพ กล้าพูด ต้องการเป็นผู้นำ
มี ลักษณะเป็นคนพูดจริงทำจริง นิยมสิ่งที่จับต้องได้ มีหัวคิดด้านธุรกิจหรือด้านเครื่องจักรกล ไม่ค่อยสนใจวิชาการที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์ แต่สามารถปรับตัวและทำงานนั้นได้เมื่อจำเป็น ชอบในการจัดการและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ จึงอาจเป็นนักบริหารที่ดีได้ ถ้าคำนึงถึงความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้อื่นบ้าง
เหมาะกับนักลงทุน ตำรวจที่ทำงานศูนย์บัญชาการ ตำรวจสืบสวน นักกีฬา นักแสดง

ESFJ กระตือรือร้น อบอุ่น ช่างพูด เห็นอกเห็นใจ ชอบช่วยเหลือ
มี ลักษณะจิตใจโอบอ้อมอารี ช่างพูด มีมนุษยสัมพันธ์ดี ซื่อตรงชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่น จึงเป็นสมาชิกกลุ่มที่มีความกระตือรือร้น ต้องการความปรองดอง และอาจสร้างบรรยากาศนั้นให้เกิดขึ้นได้ ชอบทำสิ่งที่ดีให้กับบุคคลอื่น จะทำงานได้ดีเมื่อได้รับคำชม หรือได้รับการสนับสนุน
เหมาะกับพยาบาล ครูประถม นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ เลขานุการ นักกายภาพบำบัด ผู้ทำงานด้านศาสนา เจ้าหน้าที่การบิน ผู้ทำงานด้านสุขภาพ ผู้ทำงานธนาคาร

ISTJ เงียบ เอาจริงเอาจัง เถรตรง ทำงานหนัก ใส่ใจรายละเอียด ติดตามผล
มี ลักษณะจริงจัง เงียบขรึม ประสบความสำเร็จได้จากความตั้งใจจริง และมีความละเอียดรอบคอบ เป็นคนพูดจริงทำจริง มีระเบียบ มีขั้นตอนในการทำงาน ยึดถือสิ่งที่เห็นจริง และไว้ใจได้ จะควบคุมให้ทุกสิ่งที่ตนรับผิดชอบได้เรียบร้อย มักตัดสินใจโดยตนเองว่าสิ่งใดควรให้ความเอาใจใส่ โดยไม่สนใจต่อสิ่งที่มารบกวน หรือคำทักท้วงใดๆ
เหมาะกับนักบัญชี นักธุรกิจ นักกฎหมาย นิติกร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบัติการทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์


ISFJ เป็นมิตรอย่างเงียบ ๆ ถ่อมตน ทุ่มเท ดูเหมือนพึ่งไม่ได้แต่พึ่งได้ ปิดทองหลังพระ
มี ลักษณะเงียบขรึม เป็นมิตร มีความรับผิดชอบ และมีคุณธรรม ทำงานอย่างอุทิศตนเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ มักให้ความช่วยเหลือต่อกลุ่มอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนละเอียดรอบคอบ ระมัดระวัง และแม่นยำ ไม่สนใจเรื่องเทคนิค สามารถจดจำรายละเอียดได้ดี มีความซื่อสัตย์ เกรงใจผู้อื่น มีความเข้าใจในชีวิต และให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของผู้อื่น

เหมาะกับผู้นำทหาร ผู้จัดการ นักสืบ ตำรวจปฏิบัติการ ผู้บัญชาการตำรวจ ครู ผู้พิพากษา นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ พยาบาล บรรณาธิการ บรรณารักษ์ พระ หมอสอนศาสนา นักตกแต่งภายใน เลขานุการ


กลุ่มนักปฏิบัติ ( Sensing Perceiver )

* รักอิสระ อยู่ในโลกของความเป็นจริง

* มองโลกแง่ดี ใจกว้าง กระตือรือร้น ยืดหยุ่น

* อิสระเสรี และต้องการให้คนอื่นรู้ว่าตนรักอิสระ เกลียดการบังคับ งานจำเจ

* อยู่กับปัจจุบัน ไม่วางแผนระยะยาว

ESTP ชอบลุย มีพลัง ชอบเสี่ยง ชอบท้าทาย อาจมุทะลุ
มี ลักษณะเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ไม่ค่อยวิตกกังวล สนุกกับเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา มีแนวโน้มที่จะชอบเครื่องจักรกล และการกีฬาที่มีผู้อื่นร่วมกิจกรรมด้วย ปรับตัวง่าย อดทน ให้คุณค่าแนวอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบการอธิบายสิ่งต่าง ๆ ยืดยาว มักเป็นเลิศในการควบคุมดูแลอุปกรณ์เครื่องจักร
เหมาะกับตำรวจ คนขับรถ นักสืบ โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ นักสถิติ วิศวกร นักแสดง ช่างไม้ ช่างกล ผู้ประพันธ์เพลง นักบิน นักกีฬา ศิลปิน นักลงทุน

ESFP เป็นมิตร ง่าย ๆ ชอบสังคม ช่างพูด ชอบช่วยคน
มี ลักษณะชอบสังคม เข้ากับคนง่าย มีมนุษย์สัมพันธ์ดี สนุกสนานได้กับทุกสิ่ง สามารถทำให้ผู้อื่นสนุกสนาน ชอบการกีฬา และการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นจริงขึ้นมา รับรู้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมักชอบเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น มักจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าเข้าในทฤษฎี เป็นเลิศในการใช้สามัญสำนึก ปฏิบัติการเกี่ยวกับวัตถุและบุคคลได้ดี
เหมาะกับครูอนุบาล ครูประถม ผู้ดูแลเด็ก นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน

ISTP เงียบ ไว้ตัว เป็นตัวของตัวเอง อยากรู้อยากเห็น
มี ลักษณะภายนอกดูเยือกเย็น เงียบ สำรวม ช่างสังเกต และวิเคราะห์ชีวิตด้วยความสนใจใคร่รู้ และมักจะมีมุขตลกขบขันของตัวเอง แสดงออกมาโดยไม่คาดคิด ปกติสนใจในเรื่องที่มีเหตุผล มักจะมีคำถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ในการพิจารณาความจริง จะยึดหลักตรรกของเหตุและผล
เหมาะกับนักบัญชี นักธุรกิจ นักกฎหมาย นิติกร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบัติการทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์



ISFP เป็นธรรมชาติ สุภาพ ถ่อมตัว จริงใจ มีเมตตา ใจกว้าง รอมชอม
มี ลักษณะสงบเสงี่ยม ดูเป็นมิตร อารมณ์อ่อนไหว มีเมตตา ถ่อมตัวในเรื่องความสามารถ มักหลบหลีกการโต้แย้ง จะไม่บีบบังคับความคิดเห็นหรือค่านิยมของคนอื่น ไม่ชอบเป็นผู้นำ แต่จะเป็นผู้ตามที่ดี การทำงานให้สำเร็จจะทำตามสบาย เพราะจะสนุกอยู่กับภาวะปัจจุบัน และจะไม่ยอมเสียความรู้สึกไปกับความรีบร้อน หรือการบีบบังคับ

เหมาะกับนักดนตรี ครู ศิลปิน บรรณารักษ์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน

กลุ่มผู้รู้ ( Intuitive Thinking )

* อยากรู้ ชอบแข่งขัน

* ริเริ่ม เป็นนักวิเคราะห์ นักทฤษฎี

* สนใจภาพรวม และความน่าจะเป็น

* บังคับตัวเอง

* ท้าทายระบบ

ENTJ ริเริ่ม มีตรรกะ มีประสิทธิภาพ ตรงไปตรงมา เด็ดขาด ต้องการเป็นผู้นำ
มี ลักษณะจริงใจ เปิดเผย ตัดสินใจเด็ดขาด มีลักษณะของผู้นำ มักมีความสามารถในการพูดอย่างมีเหตุผลและชาญฉลาด เช่น การพูดในที่ชุมชน สนใจข่าวสารรอบตัว และสนใจที่จะเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองเสมอ บางครั้งอาจแสดงความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองสูงกว่าประสบการณ์ที่ตนเองมี อยู่จริง
เหมาะกับนักบริหารในองค์กร นักวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย ผู้พิพากษา นักลงทุน อาจารย์มหาวิทยาลัย



ENTP กระตือรือร้น กล้าพูด กบฏ ริเริ่ม ฉลาด ไม่ค่อยติดตามผล
มี ลักษณะคล่องแคล่ว ช่างคิด มักเก่งในหลาย ๆ ด้าน มีอิทธิพลต่อกลุ่มสูง มีความตื่นตัว มักพูดจาขวานผ่าซาก อาจโต้เถียงข้าง ๆ คู ๆ เพื่อความสนุก มีสติปัญญาดีในการแก้ปัญหาใหม่ ๆ และท้าทาย ไม่ให้ความสำคัญต่องานที่ต้องทำเป็นแบบแผนซ้ำ ๆ อาจจะไปหาความสนใจใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า มักเปลี่ยนความสนใจไปสู่สิ่งใหม่ ๆ เสมอ เป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยทักษะในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่อสิ่งที่ตนต้อง การ
เหมาะกับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย นักออกแบบซอฟต์แวร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักประดิษฐ์ วิศวกร นักลงทุน ช่างภาพ นักแสดง ตัวแทนฝ่ายขาย

INTJ อิสระ มุ่งมั่น เป็นตัวเอง ผลักดันตนและคนรอบข้างให้บรรลุเป้าหมายได้
มี ลักษณะเป็นตัวของตัวเองสูง มีพลังความคิด และจุดมุ่งหมายในสิ่งที่ตนสนใจ จะมีพลังในการจัดการเพื่อทำงานนั้นให้สำเร็จ เป็นคนช่างสงสัย ช่างพินิจพิเคราะห์ รักอิสระ มีความมุ่งมั่นจนกระทั่งบางครั้งดูเหมือนดันทุรัง รู้จักมองข้ามสิ่งเล็กน้อยเพื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่สำคัญกว่า
เหมาะ กับนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิศวกร แพทย์ โปรแกรมเมอร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักประดิษฐ์ ผู้นำทหาร ผู้พิพากษา นักกฎหมาย

INTP นักทฤษฎี อยากรู้อยากเห็น รู้ลึก ไว้ตัว ให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชอบการแก้ปัญหา
มี ลักษณะเงียบ สำรวม และระมัดระวัง สนใจเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีหรือวิทยาศาสตร์ ชอบการแก้ปัญหาแบบตรรกะ และการวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้ความคิดและเหตุผล ให้ความสนใจในงานสังคมหรือการพูดคุยเพียงเล็กน้อย มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจสิ่งต่าง ๆ อย่างถ่องแท้ มีความต้องการอาชีพที่สอดคล้องกับความสนใจเพื่อที่จะนำความสนใจนั้นมาใช้ให้ เกิดประโยชน์

เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก อาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ นักเคมี นักกฎหมาย ครู นักชีววิทยา นักคณิตศาสตร์ นักคอมพิวเตอร์ วิศวกรออกแบบและพัฒนา

กลุ่มผู้ค้นหาตัวเอง ( Intuitive Feeling )


* แสวงหาเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจินตนาการ รู้ลึก คนอื่นมักไม่เข้าใจ

* อบอุ่น เอาใจใส่ ทุ่มเทให้กับความสัมพันธ์

* อ่อนไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์

* อยากให้โลกดีขึ้น อยากเห็นคนประสบความสำเร็จ มองหาวิธีการปรับปรุงความเป็นอยู่

ENFJ ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น เป็นมิตร ขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือ มีมโนธรรม เป็นนักพูดที่เก่ง เป็นผู้นำ
มี ลักษณะชอบโต้ตอบ มีความรับผิดชอบสูง ห่วงใยต่อความคิดและความต้องการของผู้อื่น จัดการสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจและเต็มที่ โดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น สามารถแสดงความคิดเห็น หรือนำการอภิปรายกลุ่มอย่างคล่องแคล่วและมีหลักการ เป็นคนชอบเข้าสังคม กว้างขวาง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มักมีความอ่อนไหวตามคำชม และคำวิพากษ์วิจารณ์
เหมาะกับนักจิตวิทยา พระ ครู นักสังคมสงเคราะห์ นักการเมือง นักการทูต ผู้ให้คำปรึกษา นักเขียน

ENFP กระตือรือร้น ช่างฝัน เก่งหลายอย่าง สื่อสารเก่ง คิดถึงความเป็นไปได้ ชอบริเริ่มโครงการ แต่ไม่อยู่ให้ตลอด
มี ลักษณะกระตือรือร้นสูง มองโลกในแง่ดี ช่างคิดช่างฝัน สามารถทำได้เกือบทุกสิ่งที่สนใจ มักแก้ปัญหาที่ยากได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยผู้อื่นในการแก้ปัญหา มักชอบทำงานที่ต้องใช้ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้ามากกว่าการวาง แผน มีความสามารถในการหาเหตุผลโน้มน้าวจิตใจผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ

เหมาะกับนักลงทุน นักจิตวิทยา นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง ครู นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร


INFJ สุภาพ เงียบ มีมโนธรรม วิริยะ แสวงหาความปรองดอง ยึดมั่นในหลักการ และอุดมคติอย่างเงียบๆ
มี ลักษณะเป็นผู้มีความพากเพียร ริเริ่ม และมุ่งมั่นที่จะกระทำในสิ่งที่ปรารถนาให้สำเร็จ จะทุ่มเทความสามารถทั้งหมดในการทำงาน เด็ดเดี่ยว ซื่อตรง ห่วงใยผู้อื่น เชื่อมั่นในหลักการของตนเอง จึงมักจะได้รับเกียรติและความเชื่อถือจากผู้อื่นในการตัดสินใจ

เหมาะกับเสมียน นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักดนตรี นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ ครู แพทย์ ศิลปิน



INFP ไว้ตัว สุภาพ อยากรู้อยากเห็น มีหัวศิลป์ เปิดใจกว้าง มีอุดมการณ์ ทำงานคนเดียว
มี ลักษณะเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและจริงใจ ซื่อสัตย์ แต่จะถ่อมตัว ไม่ค่อยพูด มักสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้ ความคิด ภาษา และโครงการอิสระที่ตนเองริเริ่มขึ้น ดูเหมือนว่าจะทำงานมากเกินไป แต่ในที่สุดก็ทำทุกสิ่งจนสำเร็จ เป็นมิตรแต่ไม่ค่อยแสดงออก ไม่ค่อยยึดติดหรือให้ความสำคัญกับวัตถุและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ



เหมาะกับครู นักดนตรี นักแสดง นักหนังสือพิมพ์ นักแปล นักจิตบำบัด พระ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ขอบคุณ http://gamer-gate.net/


------------------------------------------------------------------

มาพูดถึง INTJ หลายคนก็ จะมองว่า เป็นพวกตัวร้าย หรือไม่ก็เป็นพวกนอกคอก วันนี้เราเลย นำ LINK เจ๋งๆ ของ INTJ มาให้อ่าน FOLLOW กันตามนี้เลย

INTJS ผู้มีชื่อเสียง: NIKOLA TESLA (INVENTOR)

INTJS ผู้มีชื่อเสียง:MARK ZUCKERBERG(CEO OF FACEBOOK)

INTJS ผู้มีชื่อเสียง:ISAAC NEWTON (PHYSICIST)

เขาว่า แบบนี้คือ INTJ จาก DEK-D.COM

ถามตอบ เกี่ยวกับ INTJ (1)

ถามตอบ เกี่ยวกับ INTJ (2)



ขอบคุณที่อ่าน
สวัสดี